เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 23/11/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 09/01/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 95


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
Facebook
วิธีการส่งต้นฉบับ
กิจกรรมต่างๆ ของสำนักพิมพ์
วิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน
เวบบอร์ดของนักเขียนและนักวาด
เว็บเด็กดี
ร้านหนังสือซีเอ็ด
ร้านหนังสือB2S
ร้านหนังสือนายอินทร์

แบบสอบถามออนไลน์
ท่านอยากอ่านBoy&GirlsLoveแบบไหน?
เรื่องสั้น
เรื่องยาว




ประกาศจากกองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ทูบีเลิฟ

งดรับต้นฉบับชั่วคราวค่ะ หากมีการพิจารณาต้นฉบับใหม่จะประกาศแจ้งให้ทราบอีกรอบ 


-----------------------------


แจ้งเปลี่ยนแปลงการจัดส่งค่ะ

 

1.ส่งพัสดุทุกวันจันทร์เท่านั้น

2.ฟรีค่าส่ง

3. ทุกครั้งที่ตามเรื่องสั่งซื้อหนังสือ แจ้งเลข order ด้วยนะคะ ไม่งั้นเราจะไม่ทราบค่ะว่าเป็นรายการของใคร ตรงนี้สำคัญมากเราเช็กตามหมายเลขออเดอร์ค่ะ ไม่ใช่ชื่อผู้สั่งซื้อ

4.เก็บใบโอนไว้ จนกว่าจะได้รับหนังสือ

เว็บบอร์ด
Total: 0:               
 
    
อ้อมกอดรักราชามังกร ตอนที่1 [No. 0]

Prologue

ร่ายลำนำ นิทราแห่งจอมราชัน

 

ข้าก้าวเดินสู่ม่านหมอก โดยมิเคยนึกเบื่อหน่าย

เพราะยามที่หมอกนั้นจางหาย ข้าจะเห็นเจ้า ณ ที่ตรงนั้นเสมอ

แผ่นหลังที่ข้าเคยคุ้น เรือนผมสีน้ำตาลเข้มฉาบด้วยแสงสีเงินแห่งจันทรา

หากสัมผัส จะเป็นเช่นไร

กลิ่นหอมหวานนั้นมาจากกายเจ้าหรือไฉน ยามสูดลมหายใจ หัวใจข้าหวามหวั่นไหว

หากก้าวเข้าไป

หากได้สัมผัส

จุมพิตแล้วไซร้

เจ้าจะเลือนหาย

หรือหลับใหลในอ้อมแขนข้า

ราชาแห่งมวลมังกร

 

บทที่1

 

                ~ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำอะไรที่นี่ ที่ที่เธอกับฉันวันนี้เรานัดกัน…~

เพลงที่ดังงุ้งงิ้งออกมาจากวิทยุเครื่องเล็กบนชั้นวางขนมปังฟาร์มเฮาส์กรังละอองฝุ่นประหนึ่งฝ้าบางๆ ที่เกาะกระจกกระทบใจคนที่นั่งนิ่งมาเนิ่นนาน

สการะขยับกายอย่างอึดอัด

 ไม่ใช่เพราะที่นี่เป็นเพียงเพิงขายอาหารตามสั่งเล็กๆ ริมถนนสำหรับให้คนขับรถบรรทุกที่มาจอดเรียงราย ซื้อน้ำและขนมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนออกเดินทางตามจุดหมายที่ได้รับจากนายจ้าง แต่เป็นเพราะสายตาของชายชราเจ้าของร้านที่จ้องเขาเขม็งนี่ต่างหาก

                “คุณกลับไปเถอะ แหววมันไม่ออกมาหรอก”

                “แต่ว่า ลุงครับ”

“ลืมมันซะ ผมกำลังจะกลับบ้านเกิด แหววมันก็ต้องกลับไปกับผมด้วย แล้วคงไปแต่งงานสร้างครอบครัวที่นั่น มีชีวิตในแบบของเรา แบบคนจนๆ ธรรมดาๆ”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง รู้สึกเหมือนสมองจะขาวโพลนไปวูบหนึ่ง แต่ช่างเป็นวูบที่ยาวนาน ก่อนที่เสียงแหบห้าวจะดังขึ้นอีกครั้ง

                “ขอบคุณที่คุณลดตัวลงมารักมาชอบมัน แต่ความรักต่างชนชั้น มันมีแต่ในนิยายละคุณ เข้าใจตรงกันนะ”

                กำลังจะบอกว่าขอเข้าใจต่างกันได้ไหมครับ ก็เผอิญมีไอ้หนุ่มสิบล้อเข้ามาสั่งข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวสามฟอง การสนทนาจึงจบลงแค่นั้น

                “กินข้าวกับพี่ไหมน้อง พี่เลี้ยงเอง” 

ชายหนุ่มส่ายหน้ารัวแล้วรีบขยับลุกขึ้นเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามากระแทกก้นลงใกล้ๆ จนเก้าอี้ไม้ยาวต่อแบบหยาบๆ แทบจะสะเทือนไปถึงนรก สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกจับแขนส่งผลให้ตัวแข็งทื่อ กลายเป็นหินไปในบัดดล

                “ไม่ครับ ผมอิ่มแล้ว” เสียงเขาสะท้าน แต่ไอ้คนฟังนึกว่าสยิว เลยตีก้นเข้าให้อย่างมันเขี้ยว ไม่รู้ว่าเป็นการกดสวิตซ์เรียกอีกนิสัย(เสีย)ของคนตรงหน้าออกมา รู้สึกตัวอีกทีก็โดนตบหัวล้านเลี่ยนเข้าให้ดังป้าบ

                “ก็บอกว่าอิ่มแล้ว ไม่รู้เรื่องหรือไงวะครับ คุณพี่”

                “เฮ่ย มากไปแล้วนะไอ้หนุ่ม” คนโดนตบลุกพรวด อารมณ์หื่นหดหาย ย่ามใจที่ขนาดตัวแตกต่างกันมากก่อนใจจะเล็กลงเหลือแค่อึปลาทองเมื่ออีกฝ่ายดึงชายเสื้อยืดขึ้น เผยผิวหน้าท้องขาวผ่องกับปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงยีนส์

                “เข้าใจตรงกันนะครับ”

                “ครับๆ พี่ เข้าใจแล้วครับว่าอิ่ม ลุง ใส่กล่องให้ด้วย ผมไปรอที่รถนะ”

                สการะสะบัดเสื้อลง มองตามชายตัวใหญ่ที่วิ่งตูดบิดกลับไปที่รถสิบล้อแล้วต้องถอนใจพลางส่ายหน้าขำๆ ก่อนพาตัวเองกลับไปที่รถซึ่งจอดรออยู่

                 มวลอากาศอันระอุปลุกคนที่นอนหลับอ้าปากหวอหน้าพวงมาลัยให้สะดุ้งตื่นหันขวับมามองคนที่ก้าวมานั่งข้างๆ

                “เป็นไงมั่งน้องซิ่ว”

                “ซิวครับพี่” คนตอบถอดหมวกออก ตามมาด้วยแว่นกันแดด เผยใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องจนคนมองอิจฉา

                “แหม ยังจะมีอารมณ์ขันนะ”

                “ไม่ขันครับ ผมไม่ใช่ไก่”

                “วุ้ย ปากคอ” สาวประเภทสองที่สวยจนสาวแท้ละอายตบไหล่ดาราหนุ่มในสังกัดดังเพียะอย่างเอ็นดูแกมหมั่นไส้

                หล่อนมองชายหนุ่มที่แม้จะแต่งตัวง่ายๆ ก็ยังไม่อาจบดบังรัศมีอันแจ่มจรัส ประดุจพระอาทิตย์ที่ผุดขึ้นมายามเที่ยงคืนก็มิปาน สมเป็น สการะ รวีโชติชัชวาล ดาราหนุ่มตระกูลไฮโซชื่อดังแห่งยุค เป็นพระเอกที่ค่ายละครถามหา ค่ายหนังแทบจะมารอหน้าห้องสามเวลาหลังอาหาร บางค่ายขอแค่ให้เดินผ่านนางเอกพระเอกของเรื่องก็ยังดี

                “อย่าเศร้าไปเลยค่ะน้องซิ่ว อกหักครั้งสองครั้ง เรื่องธรรมชาติ”

                “แล้วอกหักตลอดชาติมาตั้งแต่จำความได้ล่ะครับพี่ ยังปกติไหม”

                “โธ่ น้องซิ่วก็ แค่เด็กกองถ่ายจนๆ อย่างน้องจะหาดีกว่านี้กี่เท่าก็ได้อย่าไปซี”

                สการะถอนใจเฮือก ถ้าเขาซี(เรียส)มีหวังซี้ไปนานแล้ว ระหว่างนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามา เมื่อเปิดดูหัวใจก็พลันหวั่นไหวแกมหมองเศร้า

                แหววขอโทษ แหววไม่คู่ควรกับพี่ซิ่ว แต่แหววจะรักพี่ซิวตลอดไปนะคะ

                เขาปิดข้อความแล้วเปิดดูภาพที่ถ่าสยคู่กับสาวน้อยวัยใสอีกครั้ง รอยยิ้มอวดฟันเกๆ กับเศษพริกที่เจ้าตัวคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าส้มตำทำพิษเสียแล้วบอกความเปิดเผยจริงใจที่หาได้ยากจากหญิงอื่น นี่ละที่ทำให้เขาชอบเธอ แม้จะเป็นแค่เด็กในกองถ่าย แต่ก็ร่าเริง แจ่มใส

ที่สำคัญ เรียกชื่อเขาถูก ข้อนี้น่ารักที่สุด และทำให้เขาประทับใจ จนเผลอใจ แต่ชะตาก็สั่งให้เขาพลาดรักอีกครั้ง หลักจากพลาดมาหลายต่อหลายครั้ง

“ออกรถเถอะครับพี่ เดี๋ยวไปกองถ่ายสาย ยายสร้อยบ่นหูชา”

“ได้เลย” ผู้จัดการคนสวยรีบทำตามคำขอ

และด้วยฝีมือการขับที่การันตีตำแหน่งคนขับรถเมล์สายนรกสั่งเจ้าเก่า ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงกองถ่ายละครที่กำลังเรียกเรตติ้งแม้จะถ่ายไปฉายไปก็ตามที เป็นที่รู้กันว่าที่เรียกน้ำหมากแม่ยก ไม่พ้นดาราฝ่ายชายซึ่งหล่อชวนระทวยตั้งแต่พระเอก พระรอง ยันตัวโกง จนถึงกับมีข่าวซุบซิบว่าดาราฝ่ายหญิงมีไว้แค่ไม่ให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังเกย์ไปเท่านั้นเอง

                ในห้องแต่งตัวติดแอร์เย็นฉ่ำ นางเอกของเรื่องนั่งหน้าแฉล้มเล่นไลน์อยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นพระเอกเดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการก็บ่นทันที

“พี่เปรี้ยง เรื่องหน้า ขอร้องอย่ารับงานที่ให้สร้อยกับพี่ซิ่วเป็นพระเอกนางเอกคู่กันอีกจะได้ไหมคะ สร้อยเลี่ยน เบื่อซบอกพี่ชายตัวเองจะแย่แล้ว”

                ดูเอาเถอะ แม้แต่น้องสาวบังเกิดเกล้ายังเรียกชื่อเขาผิด นี่ขนาดโตมาด้วยกันนะ

                เจ๊เปรี้ยงได้แต่ยิ้มแหย ส่วนสการะนั่งลงให้ช่างเซ็ตผมโดยไม่ตอบโต้เพราะกำลังเหนื่อยใจ ใช้เวลาไม่นานก็พร้อมเข้าฉากไคลแม็กซ์อีกฉากของเรื่องนี้ ที่พระรองมาขอเคลียร์กับพระเอกเรื่องที่เข้าใจผิดนางเอกจากคำโกหกของนางร้ายแฟนเก่า โดยฉากนี้พระรองจะต้องชกพระเอกจนเลือดกบปากจากนั้นสาธยายความจริงทั้งหมดออกมาให้พระเอกฟัง

                ผู้กำกับสั่งเริ่ม พระรองคว้าคอเสื้อพระเอก ทั้งสองมองหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่แล้วจู่ๆ พระรองก็กระซิบ

                “พี่ซิ่ว พี่ช่วยหรุบตาลงต่ำหน่อยได้ไหมครับ”

                พระเอกมุ่นคิ้ว “หะ”

                “ผมไม่กล้าต่อยพี่”

                “อ้าวทำไมล่ะ”

                “ไม่รู้ มองตาพี่ทีไรมือไม้อ่อน แถมเมื่อกี้ใจมันสั่งว่าอย่าต่อยแต่ให้จูบพี่แทน นี่ผมบ้าไปแล้วใช่ไหม” ตัวโกงกลับใจมาเป็นพระรองเพราะความน่ารักของนางเอกทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อแท้จริงแล้วพระเอกต่างหากที่ทำเขาใจสั่นหวั่นไหว

สการะถอนใจ โอเค ไม่เป็นไรครับ พี่มีทางออกให้

ยังไงครับพี่

หลับตา

พออีกฝ่ายทำตาม เขาก็ตวัดหมัดเปรี้ยงเข้าให้ ไม่พอยังชี้หน้า เปลี่ยนบทเสร็จสรรพ

จาก คุณอย่ามาโกหกผมซะให้ยาก รตีไม่มีวันหลอกผม โศรยาต่างหากที่แพศยา รักกันก็ไปด้วยกันเลยสิ

มาเป็น

นี่คือผลตอบแทนที่แกบังอาจมาเป็นชู้ทางใจกับผู้หญิงของฉัน แถมยังบังอาจปล้ำแฟนเก่าฉันด้วย ไอ้หน้าตัวเมีย!

ทุกคนอ้าปากค้าง เมื่อฉากที่พระเอกต้องโดนต่อยจนตาสว่างรับรู้ความหูเบาของตัว กลับกลายเป็นฉากพระรองแสนดีโดนสอยสลบเหมือดในหมัดเดียวพร้อมกับกลายเป็นคนผิดที่คิดแย่งผู้หญิงคนอื่นไปเสียฉิบ

หลังเปลี่ยนบทหลอกด่าพระรองแก้เซ็งสมใจ สการะก็เดินหน้าบึ้งกลับไปหาผู้จัดการสาว(?)สวย

กลับเถอะครับพี่ ผมอยากไปพักใจที่บ้าน

 

                ผมอยากจะบอกโลกนี้ อยากตะโกนไปให้ถึงจักรวาล ว่าผมอกหัก

ผมอกหักอีกแล้วครับ

ทำไมครับพระเจ้า

ใครๆ ก็ชมว่าผมหล่อเริด ชาติตระกูลเป็นเลิศ แถมยังน่าอร่อย(อันนี้ไม่เข้าใจความหมายเหมือนกัน)

ก็ในเมื่อสร้างผมมาเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ทำไมรักใคร ไม่นานก็มีเหตุให้ต้องกินแห้วทุกที โชคร้ายขนาดนี้ไม่พอ ยังมีผู้ชายด้วยกันมาชอบ มาสบตา มาจีบ มาจับ จนต้องพกปืนไว้จบเผื่อประสบเหตุฉุกเฉิน

พระเจ้าเกลียดผมเหรอ

เกลียดใช่ไหมล่ะ ถึงยังให้ผมขาดคนเคียงคู่ ไร้คนแนบข้าง ปล่อยผมให้อ้างว้าง ว้าเหว่ โดดเดี่ยวเปลี่ยวใจ ไร้อารมณ์

ดีละ งั้นผมจะไม่แคร์แล้วนะ ผมจะไม่เลือกคนแล้ว ผมจะตอบโต้บ้างแล้ว ไม่ง้อให้ฟ้าส่งมาให้ก็ได้ เอาละ ผมจะหลับตา ลืมตาปุ๊บเจอใคร นั่นละแฟนผม

ถ้าไม่รัก ผมจะจีบ

ถึงมีแฟนแล้ว ผมก็จะแย่ง

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้รู้เหอะว่าใช่ ผมจะตามไปกระชากมาซบอก กอดไว้ให้แน่นจูบให้หนัก เอาให้ตายกันไปข้าง ไม่สนแล้วว่าลูกเขาเมียใคร เป็นคนดีไม่มีใครรัก งั้นผมจะเลวให้ดู ส่วนไอ้ศีลธงศีลธรรมอะไรนั่น ผมจะโยนมันทิ้งไปแล้วขยี้ด้วยปลายเท้า เอาให้จมไปถึงนรกขุมสุดท้ายเลยว้อย!

งั้นเชียว…’

“เออ!

หือ!

จ๋อม..

พร้อมกับสัมผัสเย็นยะเยือกผสมความนุ่มหยุ่นเหมือนเหยียบเยลลีก้อนมหึมา สการะกะพริบตาปริบ ปิดแล้วเปิดใหม่ซ้ำๆ กัน แต่ภาพที่เห็นก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

                ตรงหน้าเขาคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตในภาพยนตร์ที่สการะไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นกับตาจริงๆ

                มังกร! แถมมีปีกด้วย!

สการะอ้าปากค้างแล้วหงายหลังลงไปนั่ง มือสัมผัสความหยุ่น ด้วยความแปลกใจเลยก้มลงดู แทบช็อคตาตั้งอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนผิวน้ำใสมองลงไปเห็นปลาเล็กๆ เวียนวายแต่ตัวกลับไม่เปียกสักนิด

 ‘จะกอดหรือ ทำได้จริงน่ะ

เสียงที่กึกก้องในสมองบอกว่าเป็นเจ้าของคำถามเมื่อกี้กระชากให้เงยหน้าขึ้นมองหาอีกครั้ง พร้อมปะทะไอเย็นยะเยือกสลับร้อนที่ออกมาจากรูจมูกใหญ่ไม่น้อยกว่าลูกบาส ลูกแก้วสีทองในเบ้าตาลึกยาวเรียวใหญ่จ้องมาที่เขา ขีดสีดำตั้งตรงแบบตาสัตว์ขยับได้ทำไมให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังเป็นที่ขบขันก็ไม่รู้ ศีรษะมหึมาที่ลดต่ำมาใกล้ทำให้เห็นผิวหนังขรุขระที่ดูแข็งเหมือนหินประดับเกล็ดสีเงินไปทั่ว ปีกที่หุบอยู่ข้างตัวถ้าดีดผางออกมาสะบัดบินเชื่อว่าแรงลมคงซัดเขากระเด็นออกนอกโลกได้ไม่ยาก

จูบไม่ทำให้ใครตายได้หรอก ไม่ว่าจะหนักหน่วงแค่ไหน

 ดาราหนุ่มอ้าปากพะงาบ คืออยากจะร้องออกมาแต่เสียงมันไม่ออก และที่บาดใจลึกยิ่งกว่า ก็คือไอ้ที่คิดไว้อย่างบ้าบิ่นเมื่อกี้ก็ย้อนกลับมากึกก้องอีกครั้ง แล้วสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ก็สั่งให้บอกตัวเอง

                ฝัน

นี่มันฝันแน่ๆ

 ทันทีที่คิดแบบนั้น ในสมองก็ได้ยินเสียงหัวเราะนุ่มลึกแว่วมา สการะสัมผัสได้ถึงความใกล้ที่ใกล้ยิ่งกว่าเดิมจึงรีบหลับตาแน่น ลุ้นระทึก

                แต่แล้วสัมผัสนุ่มนวลที่วางลงมาบนศีรษะแล้วลูบเบาๆ ก็ทำให้ต้องลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้น

                เขายังคงถูกจ้องมองด้วยดวงตาสีทอง ทว่าไม่ใช่จากมังกรบินเกล็ดสีเงินตัวเท่าบ้านสองชั้น แต่มาจากผู้ชายร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอมดำ ประหนึ่งก้าวออกมาจากภาพยนตร์แฟนตาซีแนวอาณาจักรโบราณ ผสมผสานเมืองจักรกลอย่างไรอย่างนั้น

 พระเอกหนุ่มตาเบิกโตแทบจะแหงนคอตั้ง

ปกติเขาเป็นผู้ชายที่ถือว่าสูงมาก นี่มาเจอกับคนที่สูงกว่ามาก หน้าเขาอยู่แค่คางของอีกฝ่ายด้วยซ้ำละมั้ง แต่เขาไม่รู้สึกปวดเมื่อย ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นทั้งร้อนเย็นหนาว เพราะภาพลักษณ์ของผู้ชายแปลกหน้าซึ่งยังลูบศีรษะเขาไปมากำลังสะกดให้ตะลึงมองอย่างตื่นตาตื่นใจ

                ใบหน้าได้รูปหล่อเหลา เรือนผมยาวสลวยสีเงินทอประกายสร้างความสว่างไสวจนแสบตา ยามพริ้วสยายเผยเครื่องประดับรูปร่างประหลาดบนใบหูยาว คิ้วดกหนาอยู่เหนือดวงตาเรียวล้อมกรอบลูกแก้วสีทองที่บางวินาทีเห็นเป็นสีเงินแล่นปลาบซ้อนทับ ต่ำลงมาคือจมูกโด่งเป็นสันเหนือริมฝีปากได้รูป มีรอยบุ๋มที่มุมปาก รวมแล้วน่าจูบเชียว

                “ก็แล้วทำไมไม่ทำเล่า

                “หะ” คนคิดฟุ้งซ่านสะดุ้งแล้วกลายเป็นผวาเมื่อใบหน้าเข้มโน้มลงมาใกล้

                “อยากรู้จริง ว่าจูบเก่งแค่ไหน ถึงคิดว่า จะทำให้ถึงตายได้”

                “มไม่”

                “อะไร ที่ว่าไม่” เสียงนุ่มกลั้วหัวเราะ สะท้านสะเทือนหัวใจคนฟังจนร้อนวูบไปทั้งหน้าแผ่ซ่านไปทั้งร่าง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สการะหลับหูหลับตาผลักร่างที่ก้าวเข้ามาใกล้เหมือนว่าจะแกล้งออกไป

                “มังกรไม่นับโว้ยครับ!

               

                “ว้ายไม่นะ!

            เสียงแหลมเล็กที่กรีดสวนมาข้างหูพาให้สการะสะดุ้งเฮือก กะพริบตาปริบอีกครั้งและสองครั้งเพื่อที่จะพบว่าเขาอยู่ในรถ นั่งอยู่ข้างคนขับที่กำลังกรี๊ดสาวแตกแหลกลาญ มือที่กำไอโฟนอยู่สั่นกระตุกราวกับถูกช็อต

                ฝันจริงๆ ด้วย โล่งอกเลยเรา ดาราหนุ่มกำลังจะยกมือขึ้นลูบอก แต่แล้วก็ต้องถอยผงะหลังติดเบาะ เมื่อมือกร้านเสือกไอโฟนพรวดเข้ามาแทบทิ่มจมูก

                “น้องซิ่ว น้องซิ่วววววว”

                “ซิว พี่!

                “โอ๊ย จะมาอะไรกันตอนนี้ ดูเร็วๆ เข้า ดู๊!

                “ครับๆ พี่ใจเย็นๆ ก่อนนะ ออกรกก่อน ไฟเขียวแล้ว”

สการะชูมือสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายสงบลง ก่อนดึงโทรศัพท์มาดูใกล้ๆ แล้วภาพชายหญิงที่นอนกอดนัวเนียกันประหนึ่งช่วงหน้าของทั้งคู่ทากาวตราช้างเอาไว้ก็ทำให้เขาต้องร้องออกมาเสียงลั่นอย่างตกใจไม่แพ้กัน

                “เฮ่ย นี่มันผมนี่นา”

                กระเทยสาวสุดเซ็กหันขวับ “ว่าไงนะ!

                “ไม่ใช่ๆ ผมหมายถึง ทำไมผมไปอยู่ในนี้ได้ โอมายก็อด!” หนุ่มไฮโซที่ผันตัวเข้าสู่บงการบันเทิงจนเด่นดังเริ่มเห็นเส้นทางที่ดิ่งลงเหว เมื่อพบว่าภาพนี้ถูกแชร์กันไปในโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกทาง และกำลังถูกแฟนคลับถล่มด่าอย่างหนัก

                “ไม่ได้แอบไปนัวเนียกับยายนางเอกตกอับคนนี้จริงนะ”

                “นัวเนียอะไรละครับ น้องคนนี้ เรียกชื่อผมยังเรียกผิดเลย”

                “เออแล้วไป” ผู้จัดการส่วนตัวดึงโทรศัพท์มาวางที่คอนโซล แล้วสะดุ้งเฮือกมือไม้อ่อนเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงริงโทนผู้กำกับฯและผู้จัด

                สองหนุ่มได้แต่มองหน้ากัน ไม่รู้ว่าพายุลูกไหนจะถล่มใส่ก่อน ระหว่างจอเงินกับจอแก้ว

               

                สายฟ้าแปลบปลาบบนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มอมดำพร้อมเสียงคำรามดังกึกก้อง ปีกขนาดใหญ่โบกสะบัดยามร่างมหึมาเคลื่อนผ่านอณูอากาศ มุ่งหน้าสู่ฟากฟ้าเบื้องบน

สูงขึ้น

สูงขึ้น

ทะลุผ่านหมอกเมฆขาวจนแตกกระจาย ก่อนทรงตัวสะบัดปีกไปมาอยู่ท่ามกลางฟากฟ้าชั่วอึดใจจึงพุ่งผ่านความว่างเปล่าเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง

ที่ซึ่งเวทย์มนตร์ยังคงทรงอาณุภาพ ต้นไม้ ภูเขาและทุกอณูล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิด 

และบนท้องฟ้ากว้างใหญ่ ปรากฏมหาปราสาทในม่านหมอกประหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง

มหาปราสาทสีเงินอันเป็นที่พำนักแห่งเหล่าผู้ปกครอง 

ที่ซึ่งจอมเวทย์แม้เก่งฉกาจยังครั้นคร้าม 

ที่ซึ่งเผ่ามังกรฉวัดเฉวียนปกป้องน่านฟ้ามิให้ผู้ใดกรายกล้ำ

ที่ซึ่งราชามังกรซึ่งหลับใหลอยู่ในความฝันมาเนิ่นนานกำลังลืมตาตื่นขึ้น

พร้อมกับกงล้อแห่งชะตากรรม คำสาป การผนึก และวังวนแห่งรักและการแก่งแย่งได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

 Prologue

ร่ายลำนำ นิทราแห่งจอมราชัน

 

ข้าก้าวเดินสู่ม่านหมอก โดยมิเคยนึกเบื่อหน่าย

เพราะยามที่หมอกนั้นจางหาย ข้าจะเห็นเจ้า ณ ที่ตรงนั้นเสมอ

แผ่นหลังที่ข้าเคยคุ้น เรือนผมสีน้ำตาลเข้มฉาบด้วยแสงสีเงินแห่งจันทรา

หากสัมผัส จะเป็นเช่นไร

กลิ่นหอมหวานนั้นมาจากกายเจ้าหรือไฉน ยามสูดลมหายใจ หัวใจข้าหวามหวั่นไหว

หากก้าวเข้าไป

หากได้สัมผัส

จุมพิตแล้วไซร้

เจ้าจะเลือนหาย

หรือหลับใหลในอ้อมแขนข้า

ราชาแห่งมวลมังกร

 

บทที่1

 

                ~ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำอะไรที่นี่ ที่ที่เธอกับฉันวันนี้เรานัดกัน…~

เพลงที่ดังงุ้งงิ้งออกมาจากวิทยุเครื่องเล็กบนชั้นวางขนมปังฟาร์มเฮาส์กรังละอองฝุ่นประหนึ่งฝ้าบางๆ ที่เกาะกระจกกระทบใจคนที่นั่งนิ่งมาเนิ่นนาน

สการะขยับกายอย่างอึดอัด

 ไม่ใช่เพราะที่นี่เป็นเพียงเพิงขายอาหารตามสั่งเล็กๆ ริมถนนสำหรับให้คนขับรถบรรทุกที่มาจอดเรียงราย ซื้อน้ำและขนมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนออกเดินทางตามจุดหมายที่ได้รับจากนายจ้าง แต่เป็นเพราะสายตาของชายชราเจ้าของร้านที่จ้องเขาเขม็งนี่ต่างหาก

                “คุณกลับไปเถอะ แหววมันไม่ออกมาหรอก”

                “แต่ว่า ลุงครับ”

“ลืมมันซะ ผมกำลังจะกลับบ้านเกิด แหววมันก็ต้องกลับไปกับผมด้วย แล้วคงไปแต่งงานสร้างครอบครัวที่นั่น มีชีวิตในแบบของเรา แบบคนจนๆ ธรรมดาๆ”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง รู้สึกเหมือนสมองจะขาวโพลนไปวูบหนึ่ง แต่ช่างเป็นวูบที่ยาวนาน ก่อนที่เสียงแหบห้าวจะดังขึ้นอีกครั้ง

                “ขอบคุณที่คุณลดตัวลงมารักมาชอบมัน แต่ความรักต่างชนชั้น มันมีแต่ในนิยายละคุณ เข้าใจตรงกันนะ”

                กำลังจะบอกว่าขอเข้าใจต่างกันได้ไหมครับ ก็เผอิญมีไอ้หนุ่มสิบล้อเข้ามาสั่งข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวสามฟอง การสนทนาจึงจบลงแค่นั้น

                “กินข้าวกับพี่ไหมน้อง พี่เลี้ยงเอง” 

ชายหนุ่มส่ายหน้ารัวแล้วรีบขยับลุกขึ้นเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามากระแทกก้นลงใกล้ๆ จนเก้าอี้ไม้ยาวต่อแบบหยาบๆ แทบจะสะเทือนไปถึงนรก สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกจับแขนส่งผลให้ตัวแข็งทื่อ กลายเป็นหินไปในบัดดล

                “ไม่ครับ ผมอิ่มแล้ว” เสียงเขาสะท้าน แต่ไอ้คนฟังนึกว่าสยิว เลยตีก้นเข้าให้อย่างมันเขี้ยว ไม่รู้ว่าเป็นการกดสวิตซ์เรียกอีกนิสัย(เสีย)ของคนตรงหน้าออกมา รู้สึกตัวอีกทีก็โดนตบหัวล้านเลี่ยนเข้าให้ดังป้าบ

                “ก็บอกว่าอิ่มแล้ว ไม่รู้เรื่องหรือไงวะครับ คุณพี่”

                “เฮ่ย มากไปแล้วนะไอ้หนุ่ม” คนโดนตบลุกพรวด อารมณ์หื่นหดหาย ย่ามใจที่ขนาดตัวแตกต่างกันมากก่อนใจจะเล็กลงเหลือแค่อึปลาทองเมื่ออีกฝ่ายดึงชายเสื้อยืดขึ้น เผยผิวหน้าท้องขาวผ่องกับปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงยีนส์

                “เข้าใจตรงกันนะครับ”

                “ครับๆ พี่ เข้าใจแล้วครับว่าอิ่ม ลุง ใส่กล่องให้ด้วย ผมไปรอที่รถนะ”

                สการะสะบัดเสื้อลง มองตามชายตัวใหญ่ที่วิ่งตูดบิดกลับไปที่รถสิบล้อแล้วต้องถอนใจพลางส่ายหน้าขำๆ ก่อนพาตัวเองกลับไปที่รถซึ่งจอดรออยู่

                 มวลอากาศอันระอุปลุกคนที่นอนหลับอ้าปากหวอหน้าพวงมาลัยให้สะดุ้งตื่นหันขวับมามองคนที่ก้าวมานั่งข้างๆ

                “เป็นไงมั่งน้องซิ่ว”

                “ซิวครับพี่” คนตอบถอดหมวกออก ตามมาด้วยแว่นกันแดด เผยใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องจนคนมองอิจฉา

                “แหม ยังจะมีอารมณ์ขันนะ”

                “ไม่ขันครับ ผมไม่ใช่ไก่”

                “วุ้ย ปากคอ” สาวประเภทสองที่สวยจนสาวแท้ละอายตบไหล่ดาราหนุ่มในสังกัดดังเพียะอย่างเอ็นดูแกมหมั่นไส้

                หล่อนมองชายหนุ่มที่แม้จะแต่งตัวง่ายๆ ก็ยังไม่อาจบดบังรัศมีอันแจ่มจรัส ประดุจพระอาทิตย์ที่ผุดขึ้นมายามเที่ยงคืนก็มิปาน สมเป็น สการะ รวีโชติชัชวาล ดาราหนุ่มตระกูลไฮโซชื่อดังแห่งยุค เป็นพระเอกที่ค่ายละครถามหา ค่ายหนังแทบจะมารอหน้าห้องสามเวลาหลังอาหาร บางค่ายขอแค่ให้เดินผ่านนางเอกพระเอกของเรื่องก็ยังดี

                “อย่าเศร้าไปเลยค่ะน้องซิ่ว อกหักครั้งสองครั้ง เรื่องธรรมชาติ”

                “แล้วอกหักตลอดชาติมาตั้งแต่จำความได้ล่ะครับพี่ ยังปกติไหม”

                “โธ่ น้องซิ่วก็ แค่เด็กกองถ่ายจนๆ อย่างน้องจะหาดีกว่านี้กี่เท่าก็ได้อย่าไปซี”

                สการะถอนใจเฮือก ถ้าเขาซี(เรียส)มีหวังซี้ไปนานแล้ว ระหว่างนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามา เมื่อเปิดดูหัวใจก็พลันหวั่นไหวแกมหมองเศร้า

                แหววขอโทษ แหววไม่คู่ควรกับพี่ซิ่ว แต่แหววจะรักพี่ซิวตลอดไปนะคะ

                เขาปิดข้อความแล้วเปิดดูภาพที่ถ่าสยคู่กับสาวน้อยวัยใสอีกครั้ง รอยยิ้มอวดฟันเกๆ กับเศษพริกที่เจ้าตัวคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าส้มตำทำพิษเสียแล้วบอกความเปิดเผยจริงใจที่หาได้ยากจากหญิงอื่น นี่ละที่ทำให้เขาชอบเธอ แม้จะเป็นแค่เด็กในกองถ่าย แต่ก็ร่าเริง แจ่มใส

ที่สำคัญ เรียกชื่อเขาถูก ข้อนี้น่ารักที่สุด และทำให้เขาประทับใจ จนเผลอใจ แต่ชะตาก็สั่งให้เขาพลาดรักอีกครั้ง หลักจากพลาดมาหลายต่อหลายครั้ง

“ออกรถเถอะครับพี่ เดี๋ยวไปกองถ่ายสาย ยายสร้อยบ่นหูชา”

“ได้เลย” ผู้จัดการคนสวยรีบทำตามคำขอ

และด้วยฝีมือการขับที่การันตีตำแหน่งคนขับรถเมล์สายนรกสั่งเจ้าเก่า ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงกองถ่ายละครที่กำลังเรียกเรตติ้งแม้จะถ่ายไปฉายไปก็ตามที เป็นที่รู้กันว่าที่เรียกน้ำหมากแม่ยก ไม่พ้นดาราฝ่ายชายซึ่งหล่อชวนระทวยตั้งแต่พระเอก พระรอง ยันตัวโกง จนถึงกับมีข่าวซุบซิบว่าดาราฝ่ายหญิงมีไว้แค่ไม่ให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังเกย์ไปเท่านั้นเอง

                ในห้องแต่งตัวติดแอร์เย็นฉ่ำ นางเอกของเรื่องนั่งหน้าแฉล้มเล่นไลน์อยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นพระเอกเดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการก็บ่นทันที

“พี่เปรี้ยง เรื่องหน้า ขอร้องอย่ารับงานที่ให้สร้อยกับพี่ซิ่วเป็นพระเอกนางเอกคู่กันอีกจะได้ไหมคะ สร้อยเลี่ยน เบื่อซบอกพี่ชายตัวเองจะแย่แล้ว”

                ดูเอาเถอะ แม้แต่น้องสาวบังเกิดเกล้ายังเรียกชื่อเขาผิด นี่ขนาดโตมาด้วยกันนะ

                เจ๊เปรี้ยงได้แต่ยิ้มแหย ส่วนสการะนั่งลงให้ช่างเซ็ตผมโดยไม่ตอบโต้เพราะกำลังเหนื่อยใจ ใช้เวลาไม่นานก็พร้อมเข้าฉากไคลแม็กซ์อีกฉากของเรื่องนี้ ที่พระรองมาขอเคลียร์กับพระเอกเรื่องที่เข้าใจผิดนางเอกจากคำโกหกของนางร้ายแฟนเก่า โดยฉากนี้พระรองจะต้องชกพระเอกจนเลือดกบปากจากนั้นสาธยายความจริงทั้งหมดออกมาให้พระเอกฟัง

                ผู้กำกับสั่งเริ่ม พระรองคว้าคอเสื้อพระเอก ทั้งสองมองหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่แล้วจู่ๆ พระรองก็กระซิบ

                “พี่ซิ่ว พี่ช่วยหรุบตาลงต่ำหน่อยได้ไหมครับ”

                พระเอกมุ่นคิ้ว “หะ”

                “ผมไม่กล้าต่อยพี่”

                “อ้าวทำไมล่ะ”

                “ไม่รู้ มองตาพี่ทีไรมือไม้อ่อน แถมเมื่อกี้ใจมันสั่งว่าอย่าต่อยแต่ให้จูบพี่แทน นี่ผมบ้าไปแล้วใช่ไหม” ตัวโกงกลับใจมาเป็นพระรองเพราะความน่ารักของนางเอกทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อแท้จริงแล้วพระเอกต่างหากที่ทำเขาใจสั่นหวั่นไหว

สการะถอนใจ โอเค ไม่เป็นไรครับ พี่มีทางออกให้

ยังไงครับพี่

หลับตา

พออีกฝ่ายทำตาม เขาก็ตวัดหมัดเปรี้ยงเข้าให้ ไม่พอยังชี้หน้า เปลี่ยนบทเสร็จสรรพ

จาก คุณอย่ามาโกหกผมซะให้ยาก รตีไม่มีวันหลอกผม โศรยาต่างหากที่แพศยา รักกันก็ไปด้วยกันเลยสิ

มาเป็น

นี่คือผลตอบแทนที่แกบังอาจมาเป็นชู้ทางใจกับผู้หญิงของฉัน แถมยังบังอาจปล้ำแฟนเก่าฉันด้วย ไอ้หน้าตัวเมีย!

ทุกคนอ้าปากค้าง เมื่อฉากที่พระเอกต้องโดนต่อยจนตาสว่างรับรู้ความหูเบาของตัว กลับกลายเป็นฉากพระรองแสนดีโดนสอยสลบเหมือดในหมัดเดียวพร้อมกับกลายเป็นคนผิดที่คิดแย่งผู้หญิงคนอื่นไปเสียฉิบ

หลังเปลี่ยนบทหลอกด่าพระรองแก้เซ็งสมใจ สการะก็เดินหน้าบึ้งกลับไปหาผู้จัดการสาว(?)สวย

กลับเถอะครับพี่ ผมอยากไปพักใจที่บ้าน

 

                ผมอยากจะบอกโลกนี้ อยากตะโกนไปให้ถึงจักรวาล ว่าผมอกหัก

ผมอกหักอีกแล้วครับ

ทำไมครับพระเจ้า

ใครๆ ก็ชมว่าผมหล่อเริด ชาติตระกูลเป็นเลิศ แถมยังน่าอร่อย(อันนี้ไม่เข้าใจความหมายเหมือนกัน)

ก็ในเมื่อสร้างผมมาเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ทำไมรักใคร ไม่นานก็มีเหตุให้ต้องกินแห้วทุกที โชคร้ายขนาดนี้ไม่พอ ยังมีผู้ชายด้วยกันมาชอบ มาสบตา มาจีบ มาจับ จนต้องพกปืนไว้จบเผื่อประสบเหตุฉุกเฉิน

พระเจ้าเกลียดผมเหรอ

เกลียดใช่ไหมล่ะ ถึงยังให้ผมขาดคนเคียงคู่ ไร้คนแนบข้าง ปล่อยผมให้อ้างว้าง ว้าเหว่ โดดเดี่ยวเปลี่ยวใจ ไร้อารมณ์

ดีละ งั้นผมจะไม่แคร์แล้วนะ ผมจะไม่เลือกคนแล้ว ผมจะตอบโต้บ้างแล้ว ไม่ง้อให้ฟ้าส่งมาให้ก็ได้ เอาละ ผมจะหลับตา ลืมตาปุ๊บเจอใคร นั่นละแฟนผม

ถ้าไม่รัก ผมจะจีบ

ถึงมีแฟนแล้ว ผมก็จะแย่ง

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้รู้เหอะว่าใช่ ผมจะตามไปกระชากมาซบอก กอดไว้ให้แน่นจูบให้หนัก เอาให้ตายกันไปข้าง ไม่สนแล้วว่าลูกเขาเมียใคร เป็นคนดีไม่มีใครรัก งั้นผมจะเลวให้ดู ส่วนไอ้ศีลธงศีลธรรมอะไรนั่น ผมจะโยนมันทิ้งไปแล้วขยี้ด้วยปลายเท้า เอาให้จมไปถึงนรกขุมสุดท้ายเลยว้อย!

งั้นเชียว…’

“เออ!

หือ!

จ๋อม..

พร้อมกับสัมผัสเย็นยะเยือกผสมความนุ่มหยุ่นเหมือนเหยียบเยลลีก้อนมหึมา สการะกะพริบตาปริบ ปิดแล้วเปิดใหม่ซ้ำๆ กัน แต่ภาพที่เห็นก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

                ตรงหน้าเขาคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตในภาพยนตร์ที่สการะไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นกับตาจริงๆ

                มังกร! แถมมีปีกด้วย!

สการะอ้าปากค้างแล้วหงายหลังลงไปนั่ง มือสัมผัสความหยุ่น ด้วยความแปลกใจเลยก้มลงดู แทบช็อคตาตั้งอีกครั้งเมื่อพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนผิวน้ำใสมองลงไปเห็นปลาเล็กๆ เวียนวายแต่ตัวกลับไม่เปียกสักนิด

 ‘จะกอดหรือ ทำได้จริงน่ะ

เสียงที่กึกก้องในสมองบอกว่าเป็นเจ้าของคำถามเมื่อกี้กระชากให้เงยหน้าขึ้นมองหาอีกครั้ง พร้อมปะทะไอเย็นยะเยือกสลับร้อนที่ออกมาจากรูจมูกใหญ่ไม่น้อยกว่าลูกบาส ลูกแก้วสีทองในเบ้าตาลึกยาวเรียวใหญ่จ้องมาที่เขา ขีดสีดำตั้งตรงแบบตาสัตว์ขยับได้ทำไมให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังเป็นที่ขบขันก็ไม่รู้ ศีรษะมหึมาที่ลดต่ำมาใกล้ทำให้เห็นผิวหนังขรุขระที่ดูแข็งเหมือนหินประดับเกล็ดสีเงินไปทั่ว ปีกที่หุบอยู่ข้างตัวถ้าดีดผางออกมาสะบัดบินเชื่อว่าแรงลมคงซัดเขากระเด็นออกนอกโลกได้ไม่ยาก

จูบไม่ทำให้ใครตายได้หรอก ไม่ว่าจะหนักหน่วงแค่ไหน

 ดาราหนุ่มอ้าปากพะงาบ คืออยากจะร้องออกมาแต่เสียงมันไม่ออก และที่บาดใจลึกยิ่งกว่า ก็คือไอ้ที่คิดไว้อย่างบ้าบิ่นเมื่อกี้ก็ย้อนกลับมากึกก้องอีกครั้ง แล้วสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ก็สั่งให้บอกตัวเอง

                ฝัน

นี่มันฝันแน่ๆ

 ทันทีที่คิดแบบนั้น ในสมองก็ได้ยินเสียงหัวเราะนุ่มลึกแว่วมา สการะสัมผัสได้ถึงความใกล้ที่ใกล้ยิ่งกว่าเดิมจึงรีบหลับตาแน่น ลุ้นระทึก

                แต่แล้วสัมผัสนุ่มนวลที่วางลงมาบนศีรษะแล้วลูบเบาๆ ก็ทำให้ต้องลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้น

                เขายังคงถูกจ้องมองด้วยดวงตาสีทอง ทว่าไม่ใช่จากมังกรบินเกล็ดสีเงินตัวเท่าบ้านสองชั้น แต่มาจากผู้ชายร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอมดำ ประหนึ่งก้าวออกมาจากภาพยนตร์แฟนตาซีแนวอาณาจักรโบราณ ผสมผสานเมืองจักรกลอย่างไรอย่างนั้น

 พระเอกหนุ่มตาเบิกโตแทบจะแหงนคอตั้ง

ปกติเขาเป็นผู้ชายที่ถือว่าสูงมาก นี่มาเจอกับคนที่สูงกว่ามาก หน้าเขาอยู่แค่คางของอีกฝ่ายด้วยซ้ำละมั้ง แต่เขาไม่รู้สึกปวดเมื่อย ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นทั้งร้อนเย็นหนาว เพราะภาพลักษณ์ของผู้ชายแปลกหน้าซึ่งยังลูบศีรษะเขาไปมากำลังสะกดให้ตะลึงมองอย่างตื่นตาตื่นใจ

                ใบหน้าได้รูปหล่อเหลา เรือนผมยาวสลวยสีเงินทอประกายสร้างความสว่างไสวจนแสบตา ยามพริ้วสยายเผยเครื่องประดับรูปร่างประหลาดบนใบหูยาว คิ้วดกหนาอยู่เหนือดวงตาเรียวล้อมกรอบลูกแก้วสีทองที่บางวินาทีเห็นเป็นสีเงินแล่นปลาบซ้อนทับ ต่ำลงมาคือจมูกโด่งเป็นสันเหนือริมฝีปากได้รูป มีรอยบุ๋มที่มุมปาก รวมแล้วน่าจูบเชียว

                “ก็แล้วทำไมไม่ทำเล่า

                “หะ” คนคิดฟุ้งซ่านสะดุ้งแล้วกลายเป็นผวาเมื่อใบหน้าเข้มโน้มลงมาใกล้

                “อยากรู้จริง ว่าจูบเก่งแค่ไหน ถึงคิดว่า จะทำให้ถึงตายได้”

                “มไม่”

                “อะไร ที่ว่าไม่” เสียงนุ่มกลั้วหัวเราะ สะท้านสะเทือนหัวใจคนฟังจนร้อนวูบไปทั้งหน้าแผ่ซ่านไปทั้งร่าง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สการะหลับหูหลับตาผลักร่างที่ก้าวเข้ามาใกล้เหมือนว่าจะแกล้งออกไป

                “มังกรไม่นับโว้ยครับ!

               

                “ว้ายไม่นะ!

            เสียงแหลมเล็กที่กรีดสวนมาข้างหูพาให้สการะสะดุ้งเฮือก กะพริบตาปริบอีกครั้งและสองครั้งเพื่อที่จะพบว่าเขาอยู่ในรถ นั่งอยู่ข้างคนขับที่กำลังกรี๊ดสาวแตกแหลกลาญ มือที่กำไอโฟนอยู่สั่นกระตุกราวกับถูกช็อต

                ฝันจริงๆ ด้วย โล่งอกเลยเรา ดาราหนุ่มกำลังจะยกมือขึ้นลูบอก แต่แล้วก็ต้องถอยผงะหลังติดเบาะ เมื่อมือกร้านเสือกไอโฟนพรวดเข้ามาแทบทิ่มจมูก

                “น้องซิ่ว น้องซิ่วววววว”

                “ซิว พี่!

                “โอ๊ย จะมาอะไรกันตอนนี้ ดูเร็วๆ เข้า ดู๊!

                “ครับๆ พี่ใจเย็นๆ ก่อนนะ ออกรกก่อน ไฟเขียวแล้ว”

สการะชูมือสองข้างขึ้นเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายสงบลง ก่อนดึงโทรศัพท์มาดูใกล้ๆ แล้วภาพชายหญิงที่นอนกอดนัวเนียกันประหนึ่งช่วงหน้าของทั้งคู่ทากาวตราช้างเอาไว้ก็ทำให้เขาต้องร้องออกมาเสียงลั่นอย่างตกใจไม่แพ้กัน

                “เฮ่ย นี่มันผมนี่นา”

                กระเทยสาวสุดเซ็กหันขวับ “ว่าไงนะ!

                “ไม่ใช่ๆ ผมหมายถึง ทำไมผมไปอยู่ในนี้ได้ โอมายก็อด!” หนุ่มไฮโซที่ผันตัวเข้าสู่บงการบันเทิงจนเด่นดังเริ่มเห็นเส้นทางที่ดิ่งลงเหว เมื่อพบว่าภาพนี้ถูกแชร์กันไปในโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกทาง และกำลังถูกแฟนคลับถล่มด่าอย่างหนัก

                “ไม่ได้แอบไปนัวเนียกับยายนางเอกตกอับคนนี้จริงนะ”

                “นัวเนียอะไรละครับ น้องคนนี้ เรียกชื่อผมยังเรียกผิดเลย”

                “เออแล้วไป” ผู้จัดการส่วนตัวดึงโทรศัพท์มาวางที่คอนโซล แล้วสะดุ้งเฮือกมือไม้อ่อนเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงริงโทนผู้กำกับฯและผู้จัด

                สองหนุ่มได้แต่มองหน้ากัน ไม่รู้ว่าพายุลูกไหนจะถล่มใส่ก่อน ระหว่างจอเงินกับจอแก้ว

               

                สายฟ้าแปลบปลาบบนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มอมดำพร้อมเสียงคำรามดังกึกก้อง ปีกขนาดใหญ่โบกสะบัดยามร่างมหึมาเคลื่อนผ่านอณูอากาศ มุ่งหน้าสู่ฟากฟ้าเบื้องบน

สูงขึ้น

สูงขึ้น

ทะลุผ่านหมอกเมฆขาวจนแตกกระจาย ก่อนทรงตัวสะบัดปีกไปมาอยู่ท่ามกลางฟากฟ้าชั่วอึดใจจึงพุ่งผ่านความว่างเปล่าเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง

ที่ซึ่งเวทย์มนตร์ยังคงทรงอาณุภาพ ต้นไม้ ภูเขาและทุกอณูล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกนึกคิด 

และบนท้องฟ้ากว้างใหญ่ ปรากฏมหาปราสาทในม่านหมอกประหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง

มหาปราสาทสีเงินอันเป็นที่พำนักแห่งเหล่าผู้ปกครอง 

ที่ซึ่งจอมเวทย์แม้เก่งฉกาจยังครั้นคร้าม 

ที่ซึ่งเผ่ามังกรฉวัดเฉวียนปกป้องน่านฟ้ามิให้ผู้ใดกรายกล้ำ

ที่ซึ่งราชามังกรซึ่งหลับใหลอยู่ในความฝันมาเนิ่นนานกำลังลืมตาตื่นขึ้น

พร้อมกับกงล้อแห่งชะตากรรม คำสาป การผนึก และวังวนแห่งรักและการแก่งแย่งได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

By : อไลอา  email  (อ่าน 1515 | ตอบ 0)  (11/07/2557 14:08:36)
Total: 0:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง
 
สินค้า/บริการ แนะนํา

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//